นอนไม่หลับ หลับแล้วสะดุ้งตื่น หัวใจเต้นแรง ร่างกายสั่น ใจสั่น นอนแล้วเหมือนกระตุก หัวใจเต้นตึกตัก เหมือนได้ยินหัวใจตัวเองเต้นตู้มตาม เหมือนจะทะลุออกมา หายใจแน่นๆ วิงเวียน อาเจียน มึน เหมือนจะวูบ มือชา เท้าชา ร้าวไปที่แขน ขา ตื่นตระหนก วิตก ขี้ตกใจ กลัว

 

 

วันนี้พี่หมวยจะมาสอนลูกสาวเบื้องต้นคร่าวๆนะคะ เพราะเท่าที่พี่หมวยคิดอะไรก็ได้ก็พิมพ์ลงไปเลยค่ะ อาจจะเรียบเรียงไม่สวยเท่าไหร่ต้องขออภัยอย่างสูงเลยนะคะ ลูกสาวพี่หมวยหลายท่านเป็นอยู่ค่ะ ทุกข์ทรมานกับสิ่งที่เป็นนี้อยู่ ไม่รู้จะแก้จะรักษาอย่างไร (พี่หมวยก็เคยเป็นค่ะ เป็นหนักเหมือนกัน พวกนี้มักถูกโรคเหนี่ยวนำมา) อาการรวมๆประมาณว่า

 

นอนไม่หลับ หลับแล้วสะดุ้งตื่น หัวใจเต้นแรง ร่างกายสั่น ใจสั่น นอนแล้วเหมือนกระตุก หัวใจเต้นตึกตัก ตุบๆ เหมือนได้ยินหัวใจตัวเองเต้นตู้มตาม เหมือนจะทะลุออกมา หายใจแน่นๆ วิงเวียน อาเจียน มึน เหมือนจะวูบ มือชา เท้าชา ร้าวไปที่แขน ขา ขี้ตกใจ ได้ยินอะไรดังๆก็สะดุ้ง ตื่นตระหนก ใจเต้นเร็ว เต้นไว หวิวๆ วาบๆ วิตก กลัวจะหยุดหายใจบ้าง กลัวจะตายบ้าง วิญญาณจะออกจากร่างบ้าง ทรมาน ทำให้กลัวการนอน ชีวิตแย่มาก คุณภาพชีวิตแย่ รำคาญ พอล้มตัวลงนอนอาการจะเริ่มมาและ บ้างก็เป็นเฉพาะตอนนอนหงาย พอนอนตะแคงแล้วดีขึ้น บ้างก็จะนอนหงายนอนตะแคงเป็นหมด นอนคว่ำ หรือตื่นนอนมาอาการยังหน่วงๆ หายใจยังเหนื่อยๆ ฯลฯ เราเป็นโรคอะไร

 

ก่อนอื่นต้องประเมินเบื้องต้นก่อนค่ะว่า เป็นบ่อยไหม ถี่ไหม เป็นมานานยัง อายุเท่าไหร่ วัยไหน อาชีพอะไร กิจวัตรประจำวัน พฤติกรรมต่างๆเป็นอย่างไร การกินการอยู่เป็นอย่างไร มีโรคประจำตัวอะไรไหม ประวัติครอบครัว ฯลฯ เหล่านี้ล้วนต้องนำมาประกอบการพิจารณาหมดค่ะ

 

อาการเหล่านี้มักจะสัมพันธ์กับโรคหลายๆอย่าง (รวมถึงโดนเหนี่ยวนำมา) ประวัติเคยเป็นโรคใดๆ การใช้ยาต่างๆ การขาดสารอาหารต่างๆหมวดต่างๆ วิตามิน เหลือแร่ แร่ธาตุ ฯลฯ การใช้ยาเสพติดใดๆไหม ต้องแก้ต้องประเมินไปทีละจุดค่ะ

 

ความสัมพันธ์ของโรคที่ต้องมาประเมิน (บางโรคอาจไม่สำพันธ์แต่ไม่ละเลยที่จะนำมาประเมิน) ยกตัวอย่างเช่น โรคหัวใจ โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ (แบบฉับพลัน) โรคลมชัก โรคเบาหวาน โรคไต โรคปลายประสาทอักเสบ โรคกรดไหลย้อน ไทรอยด์ เบาหวาน นอนกรน หยุดหายใจขณะหลับ กล้ามเนื้ออักเสบ โรคซึมเศร้า แพนิค โรคเครียด โรคไบโพลาร์ รวมถึงเรื่องฮอร์โมน เป็นต้น ส่วนอาการที่พบได้บ่อยที่มักจะเหนี่ยวนำมาจากโรคกรดไหลย้อน เช่นพวก อาหารไม่ย่อย ท้องอืด ท้องเฟ้อ เป็นต้น พวกอาการที่เกี่ยวกับระบบย่อยอาหารน่ะค่ะ จะพบได้บ่อยค่ะ

 

บางท่านไปพบแพทย์ ก็จะได้ยาประมาณ ยาคลายเครียด ยาคลายกล้ามเนื้อ ยาความดัน ยาควบคุมจังหวะของหัวใจ ยาปรับสื่อประสาท ปรับระดับสารเคมีในสมอง บ้างก็ดีขึ้น บ้างก็หายไปช่วงนึง บ้างก็กลับมาเป็นอีก ไม่หายขาด ถาวร ก็เกิดความเครียด กังวลต่างๆ

 

แต่บางท่านเมื่อพอไปตรวจแล้วกลับไม่เป็นอะไรเลย ต้องแก้ยังไง รักษาอย่างไรดี

 

ประเด็นสำหรับบทความนี้คือ ไปตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) ก็แล้ว เหมือนอาการมันฉลาด สงบตอนตรวจ ไม่แสดงออกมา หรือตอนพบหมอแล้วไม่มีอาการ บ้างก็วิ่งบนสายพาน เอ็กซเรย์ปอด เจาะเลือดตรวจค่าต่างๆ น้ำตาล ไขมัน ไตรกลีเซอไรด์ ปัสสาวะ เบาหวาน ไทรอยด์ เกลือแร่ วิตามิน ฯลฯ แล้วก็ปกติ ความดันก็ปกติ ไม่เป็นอะไร นี่เราเป็นอะไรกันเนี่ย

 

(บางท่านเกิดความสงสัย ออกกำลังกายปกติ ทานอาหารก็ดีนี่นา ทำไมเรายังเป็น หรือว่าเราออกกำลังกายเผาผลาญมากเกินไป เผาผลาญสารอาหารดีๆ เกลือแร่ วิตามิน ไปด้วยหรือเปล่านะ เกิดความสงสัยไปหมด)

 

อาการของโรคแพนิคค่ะ หรือโรคแพนิคที่มีความสัมพันธ์กับโรคต่างๆ ยกตัวอย่างเช่น

 

- แพนิค + ปลายประสาทอักเสบ

- แพนิค + กรดไหลย้อน (เพราะกรดไหลย้อยเหนี่ยวนำให้มาเป็นโรคแพนิค และแพนิคก็จะทำให้กรดไหลย้อนค่อยๆรุนแรงมากขึ้นไปอีกนะคะ)

- แพนิค + กล้ามเนื้ออักเสบ

- แพนิค + กรดไหลย้อน + กล้ามเนื้ออักเสบ

- หรือ แพนิค + ปลายประสาทอักเสบ + กรดไหลย้อน + กล้ามเนื้ออักเสบ เป็นต้น ก็เป็นได้ค่ะ ฯลฯ

 

อาการแพนิคและอาการเหล่านี้มักจะมีสัญญาณบอกเรามาก่อน เพียงแต่เราละเลย ไม่สนใจ รวมถึงใช้ชีวิตผิดๆ เร่งรีบ รวมถึงความเครียด ต่างๆนาๆ ฯลฯ เกิดการสะสม มะรุมมะตุ้มสะสม ทำให้มันแสดงออกมาชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อเป็นการเตือนเรา การรักษาไม่ยากค่ะ เพียงแต่เราต้องมาปรับกันใหม่ค่ะ ทั้งทางกาย ทางใจ ความคิด ระบบร่างกาย ประสาท อารมณ์ ไม่ต้องกลัวค่ะ เราทำได้ เราเป็นคนเก่งค่ะ

 

ถ้าเป็นกรดไหลย้อน รักษาให้ดีขึ้นมากๆนะคะ เพราะโรคกรดไหลย้อนจะเหนี่ยวนำทำให้เกิดโรคแพนิค และแพนิคจะทำให้กรดไหลย้อนรุนแรงมากขึ้นไปอีก พยายามรักษาให้ดีขึ้นนะคะ (ไม่ว่าจะท้องอืด ท้องเฝ้อ อาหารไม่ย่อย รวมถึงโรคเกี่ยวกับระบบย่อยอาหารทั้งหลายด้วยนะคะ) (กินขมิ้นชัน ชงผงกล้วยดิบ เลือกที่เหมาะกับร่างกายเรา ออกกำลังกายตอนท้องว่าง ฝึกเป่าลมผ่านนิ้วชี้ ออกกำลังกายกล้ามเนื้อหูรูดหลอดอาหาร ทานอาหารให้ถูกต้อง เหมาะสม ไม่กินแล้วนอน ก้ม ไม่ทานก่อนนอน 3 ชั่วโมงขึ้นไป ไม่ทานดึกเกิน ไม่ดื่มน้ำจากหลอด งดบุหรี่ ชา กาแฟ น้ำอัดลม เลี่ยงอาหารเผ็ดจัด เปรี้ยวจัด เค็มจัด อาหารทอด มัน เลือกทานอาหารไขมันต่ำ ควบคุมปริมาณอาหารในแต่ละมื้อให้เหมาะสม ไม่ทานไปดื่มน้ำไป จะทำให้น้ำย่อยเจือจาง ไม่สวมเสื้อผ้ารัดแน่น กางเกง เสื้อในที่รัดแน่นๆ นอนหนุนสูงตั้งแต่ช่วงเอวไปจนถึงศรีษะ ออกกำลังกายให้เหมาะสม ไม่เกร็งกล้ามเนื้อหน้าท้องขณะอิ่ม ถ้าทำต้องตอนท้องว่าง หมั่นจิบน้ำเรื่อยๆ ดูแลช่องปาก ดูแลเรื่องฟัน เคี้ยวอาหารให้ละเอียด ฯลฯ เลิกพฤติกรรมผิดๆ เช่น ชอบกินแล้วไปล้วงคออ้วกออกอย่างงี้ เป็นต้น ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผิดๆต่างๆ ให้ดี พยายามไม่เครียด ควบคุมอารมณ์ เพื่อให้กล้ามเนื้อกระเพาะอาหาร ลำไส้ได้ผ่อนคลาย รักษาให้ถูกต้องไปตามระยะ ระดับของโรคกรดไหลย้อนที่เป็นค่ะ กระเพาะ ลำไส้ สารอาหารในเลือด)

 

ส่วนวิธีฝึกออกกำลังกายกล้ามเนื้อหูรูดหลอดอาหารโดยการเป่าลมนิ้วชี้ วิธีทำนั้น ให้ค่อยๆสูดหายใจเข้าทางจมูก ไม่ใช่ทางปากนะคะ ชูนิ้วชี้มาที่ปาก แล้วบีบปาก จีบปาก ค่อยๆเป่าลมออก ออกแรงในการเป่าด้วยนะคะ และพยายามเป่าออกโดยใช้เวลา 7-8 วินาทีค่ะ ทำประมาณ 20 ครั้งค่ะ ทำตอนท้องว่างค่ะ อดทน ไม่ทำเหยาะแหยะๆนะคะ เอาจริงๆจังๆค่ะ ไม่ขี้เกียจรีบๆทำรีบๆจบนะคะ (หรือฝึกเป่าลมแบบ ยกแขน 2 ข้างขึ้น ชูนิ้วให้สูงสุด แขนสองข้างแนบหูไว้เบาๆ แล้วค่อยๆเป่าลมออกค่ะ ออกแรงเป่านิดนึงนะคะ)

 

กรณีกล้ามเนื้ออักเสบ (อาจจะออกกำลังกายมา ออกกำลังกายหนัก ออกกำลังกายผิดๆ บาดเจ็บจากการออกกำลังกาย ออกกำลังกายนานเกินไป ติดเชื้อจากโรคหวัด ไข้หวัดใหญ่ เกิดจากอุบัติเหตุ ฯลฯ) เบื้องต้นทานยาคลายกล้ามเนื้อ ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ การรักษาแบบอื่นๆภายใต้การดูแลของแพทย์ ไม่ฉีดสารเสพติดเข้าเส้นเลือดหรือกล้ามเนื้อ มีการตรวจเลือดประเมินด้วยนะคะ และพักผ่อนให้มากๆนะคะ และค่อยมาปรับเปลี่ยนกันใหม่ค่ะ

 

เมื่อแก้ทางกายแล้วต้องแก้ทางใจนะคะ

 

- ลดระดับการออกกำลังกาย เลือกออกกำลังกายที่เหมาะกับเรา ที่พอดี บางท่านวิ่งแล้วรู้สึกดี บางท่านวิ่งแล้วกลับส่งผลต่อโรคทางใจ เลือกที่เหมาะกับเราค่ะ ลดระดับความเข้มข้น ลดระยะเวลา รวมถึงเวทเทรนนิ่งต้องลดระดับลงด้วยค่ะ

- ยืดเหยียดให้มากขึ้น โยคะบำบัดโรคต่างๆก็ยิ่งดีค่ะ

- ในบางท่านอาจจะต้องงดกิจกรรมที่ทำให้เหนื่อย เช่น งานบ้าน ออกกำลังกาย ไปก่อนค่ะ

- พักผ่อนให้มากขึ้น มีคุณภาพการนอนที่ดี นอนให้ได้ 7-8 ชั่วโมงต่อวัน

- ไม่ต้องกลัวตายค่ะ กลัวเส้นเลือดในสมองจะแตกบ้าง กลัวเป็นโรคหัวใจบ้าง ก็จะเป็นนั่นนี่บ้าง ไม่เป็นอะไรทั้งนั้นค่ะ แต่ถ้าปล่อยไว้แล้วไม่แก้ไขรักษา ไม่ปรับปรุงตัวเอง อาจจะเพิ่มความเสี่ยงทำให้เป็น เช่น โรคหัวใจได้ เบื้องต้น

- เลิกเครียด คิดมาก กังวล ระแวง กลัว ทำใจให้สบายค่ะ มองโลกในแง่ดี ยิ้มบ้างไรบ้าง อะไรที่ละได้ ละบ้างค่ะ

- บ้างอาจจะคิดว่าก็ไม่ได้เครียดอะไรนี่ จริงๆความเครียดมันสะสมนะคะ รวมถึงภาวะทางอารมณ์ต่างๆ ต้องปรับกันใหม่ค่ะ ค่อยๆเป็นค่อยๆไปค่ะ

- เลี่ยงอาหาร เครื่องดื่ม ที่ทำให้เรามีอาการค่ะ เช่น ของเปรี้ยว ดอง เผ็ดๆมันๆ ทอด ปิ้ง ย่าง ชา กาแฟ ชานม น้ำอัดลม แอลกอฮอล์ เครื่องดื่มชูกำลัง เป็นต้น

- เลือกทานอาหารที่ดี มีประโยชน์ หลากหลาย ดื่มน้ำอุณหภูมิปกติ ไม่ร้อนเกิน เย็นเกิน น้ำอุ่นก็ดีค่ะ ไม่ว่าจะใดๆให้ถูกให้ควร ให้เหมาะกับเรา ร่างกายเรา ระบบของเรา ออกกำลังกายให้เหมาะสม ตามวัย และควบคุมอารมณ์

- อาจจะชงยาหอมกับน้ำร้อนๆอุ่นๆ แล้วค่อยๆจิบน้อยๆ จิบไม่กี่ช้อนชาก็พอ ไม่ต้องเยอะนะคะ (มรดกภูมิปัญญาอย่างดีเลยค่ะ ของคนสมัยก่อนตกทอดมาสู่เรา ส่วนยาหอมก็เลือกเอายี่ห้อดีๆนะคะ เพราะตำรับยาแบบนี้ เกสรเอย พืช สมุนไพรต่างๆเอย กว่าจะสกัดมาเป็นผงได้ ยากมากนะคะ เหลือแค่ไม่กี่ยี่ห้อเองมั้งคะ เลือกเอาดีๆหน่อยนะคะ)

- รักษาความสะอาดในห้อง อากาศถ่ายเทนะคะ

- บรรยากาศในห้อง ระบบไฟ แสง สี เสียง จะอุดอู้ จะอึมครึม เรื่องระบบอากาศไหลเวียน ใดๆ ลองค่อยๆปรับเปลี่ยน แก้ไขไปนะคะ

- นอนให้ถูกที่ ถูกทาง ไม่ใช่นอนบนโซฟาบ้าง ในรถบ้าง ฟุบไปกับโต๊ะบ้าง

- ปรับให้ตัวเองมีคุณภาพการนอนที่ดี เช่น ไม่กลับมาเหนื่อยๆแล้วเผลอหลับทั้งๆที่ยังไม่อาบน้ำ ก็เป็นสาเหตุทำให้หลับไม่สบาย ทำให้สะดุ้งตื่นกลางคันได้ หรือนอนๆดูหนังแล้วเผลอหลับ เป็นต้น

- อย่าเอาแต่อยู่ในห้อง ออกข้างนอกห้องบ้าง พบเห็นธรรมชาติบ้าง ท้องฟ้าบ้าง

- ไม่นอนกลางวันค่ะ นอนกลางคืนให้เต็มอิ่มค่ะ

- ละจอคอมบ้าง จอมือถือบ้าง งานบ้าง ความวุ่นวาย ยุ่งเหยิงต่างๆ

- หาอะไรผ่อนคลายทำ ดูหนังตลก ฟังเพลง อ่านหนังสือ เอาที่ชอบค่ะ ขอเป็นแบบซอฟๆ ส่วนเล่นเกมส์นี่ตัวดีเลย เรียงลูกวาดงี้ เกมส์เครียดๆงี้ ยิงกันงี้ ตีกันงี้ แข่งขันกันงี้ พักก่อนค่ะ มันมีผลต่อสมอง เล่นก่อนนอนมันมีผลต่อการนอนค่ะ

- ไม่ดูหนัง ดูคลิป ดูข่าว อะไรที่หดหู่ ตระหนก หวาดกลัว น่ากลัว ตื่นเต้น หนังจิตๆ พักก่อนนะคะ

- อะไรที่ละได้ละนะคะ ถอยออกมาได้ถอยออกมาค่ะ อยู่ในภาวะอะไรใดๆก็ตาม (ไม่ว่าจะเครียด กดดัน ฯลฯ) ละ ถอยออกมาค่ะ

- หาอะไรที่ชอบมากๆทำ ย้ำเลยนะคะ "อะไรที่ชอบมากๆ" ทำแล้วดี ทำแล้วมีความสุข สบายใจ ทำเลยค่ะ

- ยาช่วยเรื่องการนอนหลับ ไม่ว่า ปรับสื่อประสาท ทางสมอง กดประสาท ฯลฯ หากจะหยุดทานเพราะกลัวติด อยากเลิกทาน ต้องลดระดับลงมาค่ะ อย่าลดเร็ว อย่าหักดิบเด็ดขาดค่ะ ค่อยๆลดระดับลงจนยาหมดค่ะ ถ้าหักดิบลดเร็วเกิน อาจชักหรือเสียชีวิตได้นะคะ

- ไม่ทำอะไรเร่งรีบ กินข้าวไป ดูจอคอมไป มือขวาจดงาน มือซ้ายกดโทรศัพท์ ตามองคอมสลับจอดูหนังเล่นเกมส์ ทำอะไรหลายๆอย่างไปพร้อมๆกัน เร่งๆรีบๆ ไม่เอานะคะ

- คืนธรรมชาติให้ตัวเองค่ะ เราอาจจะหลุดเข้าไปในภาวะใดๆมากเกินไป ถอยออกมาค่ะ มาเรียนรู้ และแก้ไขให้ถูกต้องค่ะ

- ลองหายใจเข้าลึกๆ ปรับการหายใจใหม่ ฝึกการหายใจให้ช้าลง เข้า 3 วิ ออก 3 วิ เพราะถ้าหากหายใจเร็วๆก็จะทำให้อาการกำเริบมากขึ้นได้ค่ะ

- ฝึกเคลียร์สมอง โดยการฝึกหายใจ เข้า 4 วิ ค้างไว้ 7 วิ แล้วออก 8 วิ ผ่อนลมออกแบบปากจีบเพื่อค่อยๆผ่อนลมออกค่ะ เพื่อเป็นการเคลียร์สมอง ให้เริ่มโล่งขึ้น ให้หลับได้เร็วขึ้น ดีขึ้น ลึกขึ้น นานขึ้น

- ฝึกให้นิ่งทั้งสติ นิ่งทั้งร่างกาย มือไม่สั่น นิ่งๆ

- ฝึกนั่งสมาธิค่ะ ต้องทำนะคะ ค่อยๆเริ่มวันละนิดค่ะ

- ไม่ว่าจะทั้งกาย ทั้งประสาท ร่างกาย สมอง อารมณ์ เราต้องเรียนรู้ ฝึกฝน และนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน แก้ไขใหม่ แก้ไขให้ถูกต้องค่ะ

- ฝึกให้ตัวเราเป็นคนหนักแน่นค่ะ ไม่อ่อนไหว ไม่เหยาะแยะ ไม่ตระหนก ไม่ตกใจง่ายๆ เราทำได้ค่ะ ค่อยๆเป็นค่อยๆไปนะคะ เราต้องอยู่เหนือกว่าโรค ไม่ให้โรคมันอยู่เหนือกว่าเราค่ะ

- เมื่อจำเป็นต้องกินยา อย่ากลัวการกินยาค่ะ เราต้องกินเพื่อรักษาให้หาย ให้ดีขึ้น เราไม่ได้กินกันนานๆ กินกันตลอดชีวิต ตลอดไป จากนั้นแก้ไขให้ถูกจุด โดยไม่ต้องกลับไปใช้ยาอีก

- ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่างๆ เลิกพฤติกรรมผิดๆต่างๆ แย่ๆต่างๆ รวมถึงนิสัยผิดๆต่างๆ พฤติกรรมที่เคยชินต่างๆ ใช้ชีวิตให้ถูกต้อง ให้เข้ารูป เข้าร่องเข้ารอย ค่อยๆแก้ไขใหม่นะคะ

- รักษาโรคต่างๆที่มีความสัมพันธ์กับแพนิคให้หายนะคะ หรือให้ดีขึ้นมากๆเลยนะคะ

- เราเป็นคนเก่ง เรียนรู้และแก้ไขใดๆอย่างฉลาดนะคะ เราเป็นเรา เราเป็นผู้กำหนด เราเป็นได้ เราก็หายได้ เราเก่งค่ะ เราต้องเอาชนะมัน อย่าให้มันเอาชนะเราค่ะ

- ใช้ชีวิตให้ดีนะคะ ไปตามวัย อายุมีแต่จะมากขึ้น จะกลับไปทำแบบหนุ่มๆสาวๆ มันอาจจะไม่ได้แล้ว เสมอไป โรคภัยมีแต่จะเข้ามา ยิ่งสมัยหนุ่มสาวทำอะไรไว้ มาวันนี้ความสะสมมันก็แสดงออกมา ดูแลสุขภาพตัวเราเองให้มากๆนะคะ

- ภาวะต่างๆดังกล่าว อย่างไรไม่ควรชะล่าใจ ละเลยการหมั่นตรวจสอบตัวเอง หรือไปพบแพทย์ เพราะคิดว่าคงไม่เป็นอะไร การมีอาการแทรกซ้อน มีภาวะอื่นๆร่วมด้วย เช่น ชาข้างเดียว มือ เท้า แขน ขา อ่อนแรง ใบหน้า ปาก เริ่มเบี้ยว ชัก ฯลฯ พวกนี้มีความอันตราย ต้องรีบพบแพทย์โดยเร็วนะคะ

 

พี่หมวยขอยกส่วนนึงจากบทความ ชอบกินแล้วไปล้วงคออ้วกออกเรื่องตรวจสุขภาพประจำปี ปีละ 2 ครั้งค่ะ นำมาใช้ร่วมกันได้เลยค่ะ อย่างที่พี่หมวยสอน ตรวจให้หมดค่ะ ระดับน้ำตาลในเลือด น้ำตาลสะสม ระดับไขมันในเลือด คลอเลสเตอรอล ไตรกลีเซอไรด์ ไขมันหนาแน่นสูง หนาแน่นต่ำ กรดยูริก เกลือแร่ต่างๆ ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด การทำงานของตับ ไต การทำงานของต่อมไทรอยด์ หรือใครยังไม่เคยฉีดก็ตรวจไวรับตับอักเสบ ตรวจสารบ่งชี้มะเร็ง ตรวจปัสสาวะ อุจจาระ อาจจะตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ เอกซเรย์ปอด อัลตราซาวนด์ช่องท้อง ความดันลูกตา ตรวจสุขภาพช่องปาก ฟัน เป็นต้น ก็เลือกเอาตามที่เหมาะกับเรา วัยเราค่ะ ตรวจเพื่อให้เราได้ใช้ชีวิตให้ถูกต้อง ให้ดีขึ้น ระมัดระวังมากยิ่งขึ้น 

 

เรียกว่าสุขที่ได้กิน สุขที่ได้ออกกำลังกาย สุขที่ได้พักผ่อน สุขที่สุขภาพดี สุขที่ได้ใช้ชีวิตในแบบใหม่ ในแบบที่เป็นเรา อะไรก็ทำอะไรเราไม่ได้ค่ะ เข้าใจในชีวิต ในธรรมชาติ ในตัวเอง แล้วไปสู้กับปัญหาด้านอื่นๆที่มี และที่กำลังจะเข้ามา อย่างฉลาด อย่างคนเก่ง เรายอดเยี่ยมแล้ว

 

พี่หมวยคอยย้ำสอนลูกสาวเสมอๆ ในบทความต่างๆ นำมาประยุกต์ใช้ได้เสมอนะคะ ถึงเรื่องทำอะไรให้ถูกต้อง มีวินัยและก็ต้องรู้จักผ่อนปรน เรียนรู้และเอาชนะ ใช้ชีวิตอย่างผู้รู้ อย่างมีความสุข เราเป็นคนเก่งค่ะ อะไรก็ทำอะไรเราไม่ได้ค่ะ

 

ท้ายสุดแล้วของบทความนี้ พี่หมวยอยากให้ลูกสาวตระหนักไว้เสมอ อายุมีแต่จะมากขึ้น โรคภัยไข้เจ็บมีแต่จะค่อยๆถามหา ลูกสาวเองทำสวยมาก็เยอะ ฮอร์โมนก็ต้องเทค อันตรายรอบตัวเราก็มีมากมาย เราเป็นผู้เสี่ยง ทั้งจากยาที่ใช้ จากโลกภายนอก การกิน การใช้ชีวิตอะไรใดๆ ฯลฯ ทำอะไรต้องตระหนักให้มากๆ มีแต่ความเสี่ยงทั้งนั้น ไม่มีผลทางกายก็ไม่ได้แปลว่าจะไม่มีผลทางใจ สุขภาพแข็งแรงไม่ได้แปลว่าเราสุขภาพดีเสมอไป เดินสายกลางนะคะ ทำอะไรทำแต่พอดี ใช้ชีวิตให้ถูกต้อง ตามวัย สุขภาพดีต้องทั้งทางกายและทางใจ มีสติเสมอนะคะ รักตัวเองให้มากๆ ขอให้ลูกสาวทุกๆท่านมีสุขภาพที่ดี ไม่มีโรคใดๆทั้งสิ้นค่ะ